
ก่อนอื่นขอร้องไห้ก่อน ที่ต้องร้องก่อนก็เพราะว่า ที่จริงเขียน
เสร็จต้องนานแล้วแต่ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคิดดูปูก็นั่งพิมพ์ตั้งนานแต่
ด้วยความไม่ตั้งใจหรืออะไรก็แล้วแต่ อยู่ๆมันก็หายไปหาย แบบ
กู่ไม่กลับด้วย โธ่ชีวิต.....แต่ที่ทำให้อยากร้องยิ่งก่วานั้นคือ
เมื่อมันหายก็ต้องทำใหม่ซึ่งก็เข้าไปทำที่มอ นั่งทำได้สักพักก็
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหนาวตาย ก็โธ่เปิดแอร์อย่างกับ
อยู่ขั้วโลกเหนือ นิ้วนี้แทบจะกดปุ่มไม่ลง แล้วในที่สุดก็ทำใกล้เสร็จ
แต่......ไอเน็ตเจ้ากรรมกลับหลุด ซะงั้นชีวิต แทบจะร้องไห้ให้ได้
โธ่...พระเจ้าตั้งแต่เกิดมาลูกยังไม่เคยทำอะไรผิดเลย(ผิดตั้งแต่
เกิดหละไม่ว่า) ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่ซน ชอบช่วยเหลือ
ผู้อื่น(มันเกี่ยวไหมเนี่ย..)แต่ทำไมทำกับคนดีอย่างปูแบบนี้
อย่ากจะร้องไห้เป็นภาษาจีน?????????????เมื่อเรียกสติกลับ
มาได้แล้วก็เริ่มต้นทำใหม่ เฮ้อ..........ชีวิตปัญหามากมี
เอามาเข้าเรื่องกันดีกว่า วันนี้จะสอนเรื่องเสียงสระกับ
เสียงวรรณยุกต์ ซึ่งก็ไม่ยากอย่างที่คิด เสียงส่วนใหญ่ก็จะ
เทียบได้กับภาษาไทยเกือบหมด มีแค่บางเสียงที่ไม่มีในภาษาไทย
ดังนั้นก็อย่าห่วงไป เมื่อครั้งที่แล้วได้บอกไปว่าในภาษาไทย
มีเสียงมากกว่าภาษาจีน ดังนั้นคนไทยเราจึงได้เปรียบชาติอื่นๆ
ที่เรียนภาษาจีนเหมือนกัน ตรงที่เราจะไวต่อเสียงที่แตกต่าง
ออกไปจากเสียงที่เราใช้อยู่ (เรียกง่ายๆคือหูไวนั่นเอง......)
เอาหละเริ่มกันที่เสียงสระ(36เสียง)
เสียงเหล่านี้ก็ออกเสียงไม่ยากมีแค่บางเสียงที่ออก
ค่อนข้างยากแต่ก็ไม่เกินความสามารถ ก็อย่างที่บอก
ว่าพวกเราได้เปรียบเรื่องการออกเสียงเอาตั้วใจ...!!!!
a(อา) ai(ไอ) ao(เอา)
an(อัน) ang(อัง)
o(ออ)ou(โอว)ong(อง)
e(เออ) *er(เออร์) ei(เอย)
en(เอิน) eng(เอิง)
i(อี) ia(เอีย)iao(เอียว)
*ie(เย)iou=iu(อิว) ian(เอียน)
in(อิน)iang(เอียง) ing(อิง)
*iong(อี+อง)
u(อู) ua(อัว) uo(อัว)
uai(อู+ไอ=ไอว) uei=ui(อุย)uan(อู+อัน=อวน)
uen=un(อุน) uang(อู+อัง=อวง)*ueng(อู+เอิง)
**u(อีวฺ) ue(เอวีย) uan(เวียน)
un(วิน)
(**)สระในกลุ่มนี้จะต้องมีจุดสองจุดอยู่บนตัว u ด้วย
ซึ่งสระในกลุ่มนี้ไม่มีเสียงในภาษาไทย ซึ่งเป็นเสียงที่
รู้สึกยากหน่อย แต่ไม่ต้องคิดมากว่าจะออกเสียงอย่างไง
เรามีเคล็ดลับมาฝาก ซึ่งก็ทำไม่ยาก แค่ทำริมฝีปากให้เป็น
รูกลมเล็กๆแล้วยื่นออกมา(งานนี้ไม่ต้องห่วงสวย/หล่อ
กันเลย ทำไปไม่ต้องอายว่าจะน่าเกลียด...) เหมือนเราผิวปาก
ซึ่งจะออกเสียงใกล้เคียงกับเสียงนี้ที่สุด
(*)(**)เป็นเสียงที่ไม่มีในภาษาไทย ซึ่งเสียงที่ให้มา
ก็ไม่ใช่ว่าจะจะถูกซะทีเดียวแต่ค่อนข้างใกล้เคียง เสียงที่มี
การผสมกันก็ให้ออกเสียงโดยพูดรวมกันเร็วๆก็จะได้เสียง
ที่ใกล้เคียง ส่วน er ให้ห่อลิ้น er จะไม่มีสระกดกับพยัญชนะ
ตัวใดฮับบบบ
ในกรณีสระที่เริ่มต้นด้วยสระ i (รวมสระตัวเดียว)
เป็นพยางค์ตามลำพัง โดยไม่มีพยัญชนะให้ใช้พยัญชนะ
กึ่งสระ y เติมหรือแทน i เช่น
i-yi ia-ya iao-yao
ie-ye iou-you ian-yan
in-yin iang-yanging-ying
iong-yong
ในกรณีสระที่เริ่มต้นด้วยสระu (รวมสระตัวเดียว)
เป็นพยางค์ตามลำพัง โดยไม่มีพยัญชนะให้ใช้พยัญชนะ
กึ่งสระw เติมหรือแทนu เช่น
u-wuua-wauo-wo
uai-wai uei-wei uan-wan
uen-wenuang-wangueng-weng
ในกรณีสระ i ตามหลังพยัญชนะ z c szh ch sh r
จะออกเสียงเป็น อือ ไม่ออกเสียง อี
พยัญชนะสระมีแค่ -n -ng (เห็นไหมมีน้อยกว่าไทยอีก)
(ขอบอกตอนนี้ทำที่ร้านเน็ตและที่บรมซ-วย คือเน็ต
ที่ร้านล่มกรรมชีวิต เกิดมาทำอะไรผิดนักหนา เรียนก็ตั้งใจ
โดดเรียนก็ไม่เคย(ทำบ่อย) โอ้ย...ยากผูกคอตายใต้ต้นมะเขือ
ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆชีวิตน้อยๆของปู~~~~)
ที่นี้ก็มาต่อกันที่ เสียงวรรณยุกต์
ที่จริงมี 5 เสียงแต่มีหนึ่งเสียงเป็นเสียงเบาก็เลยง่าย
เข้าไปอีก เหลือ 4 เสียงที่จะต้องเรียนกัน ซึ่งก็ไม่ยากเสียง
เทียบได้เกือบทุกเสียง และจะมีสัญญาลักษณ์บอกเสียงด้วย
วรรณยุกต์เสียงที่ 1 เทียบได้กับเสียงสามัญ -
วรรณยุกต์เสียงที่2 เทียบได้กับเสียงจัตวา /
วรรณยุกต์เสียงที่3เสียงนี้ไม่มีในภาษาไทย v
วรรณยุกต์เสียงที่4 เทียบได้กับเสียงโท \
วรรณยุกต์ตัวที่ 3นี้ก็ไม่ยาก ปูจะเทียบเสียงนี้กับเสียง
เอกในภาษาไทย(อันนี้ปูทำเองส่วนตัว) แต่ก็ไม่ใช่ว่า
จะออกเสียงเพี้ยนหรือไม่ถูกไม่ถูกแต่จะต้อง เริ่มต้นเสียง
ค่อนข้างตำ ลงมาตำสุดก่อนที่จะขึ้นไปค่อนข้างสูง
(ลองทำดู ก็ไม่ยากที่จริงเทียบกับไม้เอกเลยก็ออกเสียง
ค่อนข้างใกล้เคียงแล้ว)
สัญญาลักศณ์แต่ละตัวก็จะบอกทิศทางของเสียง
คือเสียงที่ 2 ออกค่อนข้างตำไปสูง เสียงที่4 จะออก
เสียงค่องข้างสูงมาตำและสัญ่ลักษณ์แต่ละตัวจะวางไว้
บน สระต้นคือ a e i o u
วันนี้เราก็จบระบบเสียงแล้วนะฮับครั้งต่อไปก็จะมีเรื่อง
สัพเพเหระสนุกๆเกี่ยวกับภาษาจีนมาฝากกัน
แต่คงต้องรอหน่อยเพราะอาทิตย์นี้สอบ
มาเจอกับอีกครั้งก็อาจจะเป็นวันศุกร์ ระหว่างรอ
ก็ฝึกออกเสียงกันไปก่อน แต่ถ้าจะฝึกแบบ
ต้องการคล่องก็ต้อง นำตารางเสียงมาเทียบ แต่ที่ไม่นำมา
ลงให้ดูก็เพราะว่ามันเยอะ ถ้าตัดเอาส่วนใดส่วนหนึ่งมา
ให้ดูก็อาจทำให้งง แต่ตามร้านหนังสือทั่วไปมีขาย
แต่แค่นี้ก็ถือว่าได้ล้วนะ วันนี้มีสุภาษิตจีนมาฝากด้วย
มาดูกันว่า คำว่าอะไร

( อี๋ เจี้ยน จง ฉิง )
แปลว่ารักแรกพบ และสามารถใช้ได้กับความรู้สึก
ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งในครั้งแรกก็ได้

(ไจ้ เจี้ยน)
แล้วพบกันใหม่ฮับ!!!!